Poultry Dust เป็นคำที่ใช้เรียกรวม ฝุ่นจากการเลี้ยงไก่ ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคหลากหลายชนิด เช่น ฝุ่น เชื้อจุลชีพ สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ ไปจนถึงก๊าซที่เกิดจากกระบวนการหมัก เช่น แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ ผู้ทำงานที่ต้องใช้เวลาอยู่ภายในโรงเรือนวันละหลายชั่วโมงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสูดฝุ่นเหล่านี้เข้าไป เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจตามมา

ฝุ่นจากการเลี้ยงไก่ มีขนาดอนุภาคที่หลากหลายตั้งแต่ 0.5-50 ไมครอน ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะมีขนาดอยู่ที่ PM5 กับ PM10 โดยฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน(PM5) สามารถขัดขวางการแลกเปลี่ยนก๊าซในระบบทางเดินหายใจได้ ซึ่งอาการที่พบได้ คือ ไอ จาม คัดจมูก หายใจขัด แสบตา แสบจมูก เจ็บคอ อาการคล้ายเป็นไข้ อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้หากเข้าไปถึงทางเดินหายใจส่วนปลายจะไม่สามารถขจัดออกได้ ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรังตามมา

ปัจจัยที่มีผลต่อการได้รับ ฝุ่นจากการเลี้ยงไก่ Poultry Dust

1. รูปแบบโรงเรือน

โรงเรือนระบบปิด ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นได้มากกว่าโรงเรือนระบบเปิด เพราะฝุ่นจะหมุนเวียนภายในโรงเรือนหากการระบายอากาศไม่ดีพอ

2. รูปแบบการเลี้ยง

การเลี้ยงแบบกรงตับ เช่น ไก่ไข่ ย่อมทำให้เกิดฝุ่นน้อยกว่าการเลี้ยงแบบปล่อยพื้นในไก่เนื้อ ที่ใช้วัสดุปูรอง

3. อายุการเลี้ยง

ไก่ที่เลี้ยงอายุมากขึ้น ย่อมมีการขับถ่ายของเสียและใช้วัสดุปูรองที่มากขึ้น 

4. ลักษณะงานที่ทำ

ตัวอย่างเช่น
  • การโรยแกลบ ทำให้เกิดฝุ่นและหากคุณภาพแกลบไม่ดีอาจมีเชื้อราปนมาด้วย (อ่านเพิ่มเติม : วัสดุปูรอง เลี้ยงไก่ เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับฟาร์ม?)
  • การกลับแกลบ ทำให้ฝุ่นและ ก๊าซแอมโมเนียจากมูลไก่ฟุ้งกระจายมากขึ้น
  • การจับไก่ ฝุ่นจากขนไก่หรือสะเก็ดผิวหนัง เห็บไร เศษมูลไก่ และเชื้อจุลชีพต่างๆ สามารถฟุ้งกระจายได้มากขึ้น
  • การทำวัคซีน ในลักษณะที่จะต้องสัมผัสกับตัวไก่ จะทำให้ฝุ่นจากตัวไก่ฟุ้งกระจายได้ง่าย

 จะเห็นได้ว่าทุกกิจกรรมตลอดการเลี้ยง เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะสูดดมเอา ฝุ่นจากการเลี้ยงไก่ เข้าไป ทางที่ดีที่สุดควรที่จะสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งเมื่อจะต้องเข้าไปทำงานภายในโรงเรือนเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ทำงานเอง