ในสถานการณ์โรคระบาด การควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายมาสู่ฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การนำความรู้ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพมาใช้เป็นสิ่งที่จำเป็น

ยาฆ่าเชื้อ ฟาร์ม คือเครื่องมือสำคัญ แต่วิธีการใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น มีรายละเอียดที่เราต้องรู้เพื่อให้ใช้ได้อย่างถูกต้อง มีอะไรบ้างมาดูกัน

1. ยาฆ่าเชื้อ ฟาร์ม มีหลายชนิด เลือกใช้ให้เหมาะสม

ยาฆ่าเชื้อแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน เช่น พ่นโรงเรือน พ่นคนผ่านเข้าออก ทำความสะอาดน้ำ ทำความสะอาดอุปกรณ์ ฆ่าเชื้อในโรงเรือนขณะมีสัตว์เลี้ยงอยู่ เป็นต้น

ยาฆ่าเชื้อ ที่นิยมนำมาใช้ในฟาร์ม ได้แก่ กลูตารัลดีไฮด์ ควอท คลอรีน และไฮโรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นต้น

2. ยาฆ่าเชื้อ ไม่ทนต่อ ดิน มูลสัตว์ และสารอินทรีย์ต่างๆ

เป็นเหตุผลที่อ่างจุ่มเท้าหน้าโรงเรือน จำเป็นต้องมี 2 อ่าง โดยอ่างแรกเป็นน้ำเปล่าใช้สำหรับล้างเศษดิน หรือสารอินทรีย์ต่างๆ ที่ติดมากับรองเท้า ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของยาฆ่าเชื้อลดลง อ่างที่สองสำหรับผสมยาฆ่าเชื้อ เมื่อพบว่าอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อสกปรก ก็ควรที่จะทำการเปลี่ยนน้ำยาใหม่

ด้วยเหตุผลเดียวกันเมื่อยานพาหนะที่เข้าฟาร์มมีเศษดินติดที่ล้ออยู่มาก ก็ควรที่จะทำความสะอาดเศษดินเหล่านั้นก่อน ที่จะพ่นยาฆ่าเชื้อลงไป

3. ยาฆ่าเชื้อ ไม่ทนต่อแดด และความร้อน

ความร้อนและแสงแดด ทำให้คุณสมบัติของยาฆ่าเชื้อเสียไป ดังนั้นพื้นที่จัดเก็บ ยาฆ่าเชื้อ ฟาร์ม ควรอยู่ในที่ร่ม ในกรณีที่เป็นอ่างจุ่มเท้าควรมีฝาปิด หากยาฆ่าเชื้อถูกผสมไว้นานควรทำการเปลี่ยน เพื่อให้ผลการใช้ที่ดียิ่งขึ้น

4. ยาฆ่าเชื้อ มีระยะเวลาการออกฤทธิ์

เมื่อฉีดพ่น ยาฆ่าเชื้อ ฟาร์ม แล้ว เชื้อจะยังไม่ตายทันที เพราะยาฆ่าเชื้อยังไม่ออกฤทธิ์ การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อให้ยานพาหนะ แล้วเข้าสู่ฟาร์มทันทีไม่สามารถรับประกันได้ว่า จะป้องกันเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์มได้

ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาฆ่าเชื้อโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15-30 นาที

5. หากเชื้อโรคมีจำนวนมาก  ยาฆ่าเชื้อ อาจทำลายได้ไม่หมด

อาจต้องพิจารณาใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การขัดล้างด้วยแปรงและผงซักฟอก ก่อนที่จะทำการฉีดพ่น ยาฆ่าเชื้อ ฟาร์ม หรือพ่นซ้ำ โดยทิ้งช่วงห่าง 3-5 วัน

error: