ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงที่สัตว์เกิดความเครียด และป่วยง่าย ประกอบกับฤดูฝน ที่มีความชื้นสูง ทำให้เชื้อก่อโรคเจริญเติบโตได้ดี จึงต้องให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพสัตว์เป็นพิเศษ ซึ่งโรคที่พบบ่อย และสร้างความเสียหายให้แก่ฟาร์มสัตว์ปีกเป็นอย่างมาก ที่เกษตรกรควรที่จะเฝ้าระวัง และทำความเข้าใจให้ถูกต้องในช่วงนี้ คือ “อหิวาต์เป็ดไก่” 

อหิวาต์เป็ดไก่ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ พาสจูเรลล่า มัลโตซิดา เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม เป็นโรคที่ไม่ติดคน แต่ทำให้ไก่ป่วยและตายในอัตราที่สูง พบบ่อยในฟาร์มที่มีการจัดการที่ไม่ดี หรือในช่วงที่ภูมิคุ้มกันสัตว์อ่อนแอ เช่น ช่วงอากาศเปลี่ยน หรือเลี้ยงหนาแน่นจนเกินไป

ไก่สามารถติดเชื้อได้ง่าย ผ่านทางน้ำ การสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง การหายใจ ล้วนแล้วแต่ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้เร็ว

ไก่ที่ป่วย จะแสดงอาการซึม กินลด ถ่ายเหลวเป็นสีเขียวปนเหลือง หายใจขัด กระหายน้ำจัด หงอนสีคล้ำ และตายทันทีใน 1-2 วัน เมื่อผ่าซากดูภายในจะเห็นจุดเลือดออกที่หัวใจ และตับจะมีเนื้อตายลักษณะคล้ายผงชอล์ก กระจายอยู่ทั่วเนื้อตับ

โรคนี้ สามารถป้องกันได้ด้วยการทำวัคซีน หากไก่ป่วยสามารถให้ยาปฏิชีวนะบางตัวเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งควรอยู่ภายใต้การควบคุมจากสัตวแพทย์

แต่หนทางที่ดีที่สุดในการควบคุม โรคอหิวาต์เป็ดไก่ คือ การป้องกัน เพราะเป็นโรคที่เกิดจากการจัดการเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด การระบายอากาศ การทำวัคซีน หรือความหนาแน่นในการเลี้ยง ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เชื้ออุบัติขึ้นมาได้ เมื่อเหตุและปัจจัยถึงพร้อม

หากในภาวะที่มีการระบาดของโรคอหิวาต์เป็ดไก่ ในพื้นที่รอบฟาร์ม ให้เน้นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โดยการควบคุมคนและสัตว์เข้า-ออก หากมียานพาหนะต้องทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโดยรอบ หากไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ควรที่จะเปิดฟาร์มให้คนและยานพาหนะอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังบริเวณเลี้ยงไก่

ในกรณีไก่ป่วยตาย ให้ทำลายอย่างถูกวิธี งดเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายซากสัตว์ เพราะเชื้อดังกล่าวแพร่กระจายตัวได้เร็ว และความรุนแรงของโรคสูง ซึ่งจะส่งผลทำให้การควบคุมโรคในพื้นที่ดังกล่าวไม่เป็นผล

สรุปแนวทางป้องกัน

  • ทำวัคซีนตามโปรแกรม อย่างถูกต้อง
  • เลี้ยงในขนาดที่เหมาะสม ไม่แน่นจนเกินไป
  • การระบายอากาศภายในโรงเรือนดี ไม่ร้อนอบอ้าว
  • เข้มงวดเรื่องความสะอาดโรงเรือน และระบบ biosecurity
  • เสริมวิตามิน ในช่วยอากาศเปลี่ยน