วัสดุรองพื้น โรงเรือนไก่ เป็นจุดที่ต้องสัมผัสกับตัวไก่ตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกที่เลี้ยงไปจนถึงวันจับไก่เข้าโรงงาน สภาพของวัสดุรองขึ้นอยู่กับการขับถ่ายของไก่ กับความชื้นของวัสดุรองพื้น

ความชื้นของวัสดุรองพื้นที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ 20-25% เพราะถ้าแห้งเกินไปจะทำให้เกิดฝุ่น แต่ถ้าชื้นเกินไปจะทำให้พื้นแฉะไม่เหมาะแก่การเลี้ยงไก่ และทำให้เชื้อก่อโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้น เกิดเป็นปัญหาสุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมตามมา

อย่าคาดหวังผลผลิตที่ดี ในสภาพการเลี้ยงที่แย่

โดยทั่วไปความชื้นมาจาก 3 แหล่งสำคัญคือ สิ่งแวดล้อมภายนอก กิจกรรมภายในโรงเรือน และที่สร้างจากตัวไก่เอง ความชื้นที่สะสมในโรงเรือนเป็นเวลานานจะทำให้ วัสดุรองพื้น จับตัวแข็งเป็นแผ่น หรือที่เรียกว่า caking เป็นที่มาของก๊าซแอมโมเนีย ที่กระทบต่อผลผลิตฟาร์ม สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม (อ่านเพิ่มเติม แอมโมเนีย ฟาร์มไก่)

ช่วงฤดูฝนการจัดการความชื้นทำได้ยาก เพราะความชื้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอกสูงถูกดูดเข้ามาในโรงเรือน หากพัดลมทำงานเต็มประสิทธิภาพแล้วยังระบายความชื้นส่วนเกินออกไม่หมดจะทำให้เกิดปัญหาพื้นแฉะตามมา

เมื่อเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความชื้นคือสภาพอากาศภายนอกได้ แต่เราสามารถจัดการปัจจัยรองอื่นให้เหมาะสม เพื่อลดความชื้นภายในโรงเรือนได้

การจัดการ วัสดุรองพื้น โรงเรือนไก่ ในฤดูฝน

1.ระบบให้น้ำไก่

แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การจัดการให้น้ำไก่ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความชื้นของวัสดุรองพื้นมากที่สุด

ชนิดของอุปกรณ์ให้น้ำ และความสูงของอุปกรณ์ มีผลต่อการหกของน้ำสู่พื้น ความสูงของกระติกน้ำ หรือนิปเปิ้ล ควรอยู่ในระดับที่ไก่สามารถกินน้ำได้สะดวก

2.สภาพโรงเรือนและการระบายอากาศ

การทำงานของ ระบบอีแวป เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคูลลิ่งแพดกับพัดลม เพื่อคงสภาพภายในโรงเรือนให้เหมาะแก่การเลี้ยงไก่แต่ละช่วงอายุ ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม และการระบายอากาศ

ความชื้นที่เหมาะสมในการเลี้ยงไก่อยู่ในช่วง 50 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หากเกินกว่านี้จะทำให้ระบบดูดความชื้นออกไม่หมดส่งผลต่อสภาพพื้นโรงเรือนตามมา

ดังนั้นควรที่จะหมั่นทำการตรวจสภาพของอุปกรณ์เช่น คูลลิ่งแพด พัดลม ผ้าใบโรงเรือน ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้เสมอ จะช่วยให้การทำงานของระบบอีแวป เพื่อระบายอากาศเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.วัสดุรองพื้น

วัสดุรองพื้น โรงเรือนไก่ ที่นิยมในประเทศไทย คือ แกลบ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากข้าว ที่เป็นพืชเกษตรหลัก ส่วนในต่างประเทศนิยมใช้ขี้กบที่ได้จากการไสไม้ และซังข้าวฟ่าง

วัสดุรองพื้นที่ดีควรมีขนาดเล็ก แห้ง ดูดซับความชื้นได้ดี เมื่อพื้นมีความชื้นสูงก็ใช้วัสดุรองพื้นเพื่อดูดซับ แต่หากพื้นแฉะมากหรือจับตัวเป็นแผ่น ก็ควรพิจารณาตักออกแล้วโรยวัสดุรองพื้นใหม่เข้าไป

เราสามารถตรวจสอบความชื้นของวัสดุรองพื้นที่เหมาะสมได้ง่ายๆ โดยนำมากำไว้ในมือแล้วคลายออก หากจับตัวเป็นก้อนแน่น ถือว่าชื้นเกินไป แต่ถ้าคลายออกไม่เป็นก้อนถือว่าแห้งเกินไป ความชื้นที่เหมาะสมควรที่จะทำให้วัสดุรองพื้นจับตัวกันแบบหลวมๆ

4.ความหนาแน่นในการเลี้ยง

ตามมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ของ DEFRA ได้กำหนดความหนาแน่นของการเลี้ยงไม่เกิน 34 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

การเลี้ยงไก่จำนวนมากขึ้น จะทำให้ น้ำ ไขมัน และไนโตรเจน ถูกขับออกมาพร้อมกับสิ่งขับถ่ายมากขึ้น ส่งผลต่อสภาพพื้นโรงเรือน

การเลี้ยงไก่ด้วยความหนาแน่นที่เหมาะสมจะช่วยลดการขับถ่ายของเสียลง และยังส่งผลต่อตัวเลขผลผลิตด้านอื่นอีกด้วย

5.อาหาร

ส่วนประกอบในอาหารมีผลต่อการขับถ่ายของไก่ เช่นโซเดียมกับคลอไรด์ที่สูง ทำให้ร่างกายไก่ขับน้ำมากขึ้น

โปรตีนสูง ทำให้มีการขับแอมโมเนียเพิ่มขึ้น

ไขมันสูง ทำให้สิ่งขับถ่ายมีลักษะเหลวมากขึ้น เป็นต้น

6.สุขภาพไก่

โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร เช่น บิด ลำไส้อักเสบ ทำให้ไก่ขับถ่ายเหลว หรือโรคกัมโบโร่ ทำให้ขับน้ำออกจากร่างกายมากขึ้น

หากพบปัญหาด้านสุขภาพไก่ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ผู้ดูแลฟาร์มเพื่อหาทางรักษา จะช่วยให้สภาพพื้นโรงเรือนดีขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

——————-

อย่าปล่อยให้ฝุ่นและแอมโมเนียจากการเลี้ยงไก่ ทำลายสุขภาพคุณ

ป้องกันเสียแต่ตอนนี้ด้วย Benehal หน้ากากกันฝุ่นมาตรฐาน NIOSH ที่ป้องกันฝุ่นได้ถึงระดับ PM2.5

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก http://bit.ly/31He99q

error: