จากงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าปริมาณแอมโมเนียในโรงเรือนที่ต่ำกว่า 10 ppm ช่วยให้ผลผลิตฟาร์มโดยรวมดีขึ้น ทั้งการเจริญเติบโต การแลกเนื้อ และอัตราการตาย ยังไม่รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับชุมชนเรื่องกลิ่น ที่ลดลงตามไปด้วย

แอมโมเนียเกิดจาก การเปลี่ยนสภาพของกรดยูริกที่ไก่สร้างขึ้น ขับมากับสิ่งคัดหลั่งและของเสียในร่างกาย แล้วถูกจุลินทรีย์ที่อยู่ในพื้นแกลบเปลี่ยนสภาพเป็น แอมโมเนียม (NH4) ก่อนที่จะเปลี่ยนสภาพอีกครั้งเมื่อได้รับความร้อน ความชื้น และค่า pH ที่เหมาะสม กลายเป็นแก๊สแอมโมเนีย (NH3) ที่มีกลิ่นฉุน และทำลายเนื้อเยื่อ

แอมโมเนียในระดับ 5 ppm ขึ้นไปเราจะเริ่มได้กลิ่น แต่ถ้าถึง 20-40 ppm จะเริ่มส่งผลต่อสุขภาพ หากเกินนั้นมีผลทำให้ถุงลมปอดอักเสบได้เลยเพียงแค่สูดดม

ปัญหาคุณภาพซากที่สำคัญ ที่พบบ่อยเป็นผลมาจากแอมโมเนียที่สูงเกินไป เช่น เท้าดำ ข้ออักเสบ อกแผลหนอง โดยเฉพาะไก่ที่มีอายุไม่เกิน 21 วัน ผิวหนังมีความบอบบาง เมื่อสัมผัสกับแอมโมเนียบนพื้นแกลบที่ชื้นแฉะ จะทำให้เกิดปัญหาคุณภาพซาก ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ จนถึงวันจับเข้าโรงงานชำแหละ

แนวทางการลดแอมโมเนียภายในโรงเรือน

  • ปรับสมดุลของโปรตีนและกรดอะมิโนในอาหาร ซึ่งช่วยลดสารตั้งต้นที่จะเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย
  • ปรับสภาพพื้นให้มีความเป็นกรด (pH ต่ำกว่า 7) ช่วยลดเชื้อจุลินทรีย์ที่มาเปลี่ยนสารตั้งต้นเป็นแอมโมเนีย
  • ควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนไม่ให้สูงจนเกินไป เพราะอุณหภูมิที่สูงมีผลทำให้แอมโนเนียระเหยสู่อากาศได้เร็วยิ่งขึ้น
  • เติมสิ่งปูรองเพื่อดูดซับความซื้น (อ่านวิธีเลือก วัสดุปูรอง เลี้ยงไก่) หรือตักออกเมื่อพบว่าชื้นมากเกินไป
  • ใช้สารปรับสภาพพื้น เช่น Mistral สกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก ช่วยดูดซับความชื้น และลดแอมโมเนีย ปลอดภัย เหมาะสำหรับโรยพื้นโรงเรือนช่วงที่มีสัตว์เลี้ยง

ผลิตภัณฑ์จาก Olmix, ประเทศฝรั่งเศส