เลี้ยงไก่เนื้อ กระตุ้นความอยากอาหาร ในไก่เล็ก

เลี้ยงไก่เนื้อ การกระตุ้นการกินได้ ในลูกไก่อายุ 72-96 ชั่วโมงแรกเป็นสิ่งสำคัญ ลูกไก่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาระบบต่างๆ ของร่างกาย

ในช่วงแรกที่ลูกไก่ฟักออกมา ระบบต่างๆ ของร่างกายจะยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ แหล่งพลังงานเดียวที่ได้รับคือ “ถุงไข่แดง” ที่อยู่ภายในช่องท้อง การกระตุ้นการกินได้ จะช่วยให้ลูกไก่เปลี่ยนจากได้รับพลังงานจากถุงไข่แดง มาเป็นการรับพลังงานจากการกินอาหารเร็วยิ่งขึ้น

โดยธรรมชาติ ลูกไก่จะมีนิสัยชอบ “จิก-คุ้ย-เขี่ย” แสดงความสนใจต่อสิ่งต่างๆ ไม่เฉพาะกับอาหารเท่านั้น หากบริเวณพื้นที่กก มีวัสดุขนาดเล็ก เช่น แกลบ หรือขี้เลื่อย ลูกไก่ก็จะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวเช่นกัน ดังนั้นในการกกลูกไก่ จำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งปูด้วยกระดาษ เพื่อโรยอาหารไก่เล็กโดยเฉพาะ

เมื่อลูกไก่ได้กินอาหารที่เราโรยให้บนกระดาษจนเต็มกระเพาะพักแล้ว จะเกิดการย่อยและดูดซึมสารอาหารไปตามกระแสเลือด ไปกระตุ้นสมองส่วนควบคุมความอยากอาหาร ทำให้เกิดการจดจำว่า สิ่งที่กินเข้าไปนั้นคืออาหาร ซึ่งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นภายหลังได้รับอาหารแล้วประมาณ 30 ชั่วโมง

ดังนั้น การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เอื้อต่อการกระตุ้นการกินได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งมีสิ่งที่ต้องพิจารณา ดังนี้

การเตรียม กกลูกไก่

  1. อุณหภูมิที่พื้นคอนกรีต ไม่น้อยกว่า 28 องศาเซลเซียส
  2. อุณหภูมิบริเวณสิ่งปูรอง 32-34 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 45-65%
  3. ความเข้มแสง ไม่น้อยกว่า 20 ลักซ์

ลูกไก่อายุ 5 วันแรก ถือว่าเป็นสัตว์เลือดเย็น เพราะขนาดตัวเล็ก อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมได้ง่าย จำเป็นต้องได้รับความอบอุ่นจากการกก เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย ให้อยู่ที่ 40.4-40.6 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วง 3 วันแรก

อ่านเพิ่มเติม การกกลูกไก่ เคล็ดลับการเลี้ยงไก่ฤดูหนาว ให้ได้ผลดี

พื้นที่ อาหารและน้ำ

พื้นที่บริเวณกกอย่างน้อย 50% ควรมีกระดาษปูรองอาหารให้ลูกไก่ เพื่อช่วยให้ลูกไก่เข้าถึงอาหารและน้ำได้ทั่วถึง เกิดการเรียนรู้ลักษณะของเม็ดอาหารและน้ำ ซึ่งช่วงนี้ลูกไก่ควรได้รับอาหารอย่างน้อย 75 กรัมต่อตัว และได้รับน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้เม็ดอาหารที่กินเข้าไปติดกระเพาะพัก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ลูกไก่ตายได้

แรงดันในท่อน้ำ

แรงดันน้ำที่แรงเกินไป ไม่ได้ทำให้ลูกไก่กินน้ำได้มากขึ้น เพราะจงอยปากของไก่สามารถรับน้ำได้เพียงปริมาณหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะหกและทำให้พื้นแฉะ เป็นสาเหตุให้เกิดแผลที่ฝ่าเท้า เนื่องมาจากแอมโมเนียกัดตามมา

ส่วนกรณีแรงดันน้ำต่ำ จะลดปริมาณน้ำที่ไก่กินได้ลง เพราะไก่ใช้เวลาเท่าเดิมในการกินน้ำ แต่ปริมาณน้ำถูกส่งมาน้อยเนื่องจากแรงดันน้ำต่ำ การลดการกินน้ำจะลดการกินอาหารด้วย ซึ่งจะมีผลต่อน้ำหนักตัว และตัวเลขผลผลิตตามมา

การปรับระดับแรงดันน้ำให้เหมาะสม แนะนำให้ตรวจสภาพพื้นใต้ไลน์น้ำ หากพื้นแฉะมากหมายถึงแรงดันน้ำที่มากเกินไป ส่วนพื้นแห้งสนิทบอกถึงไก่อาจจะไม่ได้กินน้ำหรือขาดน้ำ เนื่องมาจากแรงดันน้ำที่ต่ำ

ความสูงของระดับนิปเปิ้ล

ความสูงของระดับนิปเปิ้ลที่เหมาะสม จะช่วยให้ไก่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ซึ่งความสูงควรอยู่เหนือตาไก่เล็กน้อย และทำมุม 45 องศากับตัวไก่ การจัดการน้ำที่ไม่ดี จะทำให้ลูกไก่ตาย แตกไซส์ หรือผลผลิตไม่ดี แต่เนื่องจากระบบน้ำในโรงเรือน เป็นระบบปิด ทำให้ไม่สามารถตรวจคุณภาพน้ำที่ให้ไก่กินได้ จึงควรมีการสวอปตรวจเชื้อภายในท่อ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

เช็คลูกไก่

ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงให้สม่ำเสมอในทุกมิติ ได้แก่ แสง การเข้าถึงอาหาร การเข้าถึงน้ำ อุณหภูมิ ความชื้นสัมพันธ์ คุณภาพอากาศ ความหนาแน่นของการเลี้ยง เพื่อให้การพัฒนา ความอยากอาหาร ของลูกไก่ทุกตัวเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสองชั่วโมงแรกเมื่อลูกไก่มาถึงฟาร์ม ควรตรวจการกระจายตัว การเคลื่อนไหว และพฤติกรรมทุกอย่างของลูกไก่เท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะมีโอกาสเหนี่ยวนำให้เกิดการแตกไซส์ตามมาได้

ที่มา Cobb Vantress

สนับสนุนโดย

วิตามินไก่ Starter HyD

วิตามินดี3 เมตาบอไลต์ ช่วยดูดซึมแคลเซียมในกระบวนการสร้างกระดูกที่แข็งแรง วิตามินซีสูง ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

รายละเอียดเพิ่มเติม https://goo.gl/Mjd8Z7

หรือ แอดไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40kqc7136i