ในปัจจุบันไก่เนื้อได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้โตเร็ว ใช้เวลาเลี้ยงสั้น อัตราการแลกเนื้อดี เพื่อตอบสนองความต้องการให้ทันต่อผู้บริโภค แต่ภายใต้ร่างกายที่โตเร็ว โครงสร้างและกระดูกกลับพัฒนาตามไม่ทันเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ไก่ขาอ่อน ช่วงโต เนื่องจากแบกรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว

ไก่ขาอ่อน ส่งผลต่อตัวเลขผลผลิตโดยตรง เพราะเมื่อไก่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวก ทำให้การเข้าถึงน้ำและอาหารมีปัญหา หากเป็นมากอาจต้องทำการคัดทิ้งเพราะยากที่จะฟื้นสภาพกลับคืนมาได้

ไก่ขาอ่อน

รูปภาพ แสดงไก่ขาอ่อน ที่เกิดจากการพัฒนาโครงสร้างและกระดูกมีปัญหา

ไก่ขาอ่อน

รูปภาพ แสดงภาพตัดขวาง ลักษณะกระดูกที่พัฒนาไม่เต็มที่ เห็นเป็นส่วนกระดูกอ่อนสีขาว เกิดเป็นปัญหาขาอ่อนเมื่อไก่น้ำหนักตัวมากขึ้น

การพัฒนาโครงสร้างและกระดูกของไก่นั้น เป็นสิ่งที่ต้องสะสมตั้งแต่ช่วงไก่เล็ก โดยมีแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกันอยู่คือ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งรวมกันเป็นแคลเซียมฟอสเฟต เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูก แต่การเติมแคลเซียม และฟอสฟอรัสเข้าไปอย่างเดียวนั้น กลับไม่ก่อให้เกิดผลที่ดีนัก เพราะแร่ธาตุสองชนิดนี้ไม่ดูดซึมในทางเดินอาหาร ต้องมีตัวช่วยในการดูดซึมคือวิตามินดี 3 ซึ่งพบได้ในอาหารและแสงแดด

แต่การเลี้ยงระบบปิดทำให้มีข้อจำกัดในการได้รับแสงแดดของไก่ ทำให้จำเป็นต้องพึ่งวิตามินที่ได้จากอาหารเป็นหลัก วิตามินดี3 ที่ไก่ได้รับจะถูกดูดซึมไปตามกระแสเลือด ไปที่ตับเพื่อเปลี่ยนให้อยู่ในรูปใช้งานได้ (25-OH-D3) ก่อนที่จะส่งไปที่ไตเพื่อกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมต่อไปแต่ วิตามินดี3 เมื่อผ่านตับจะอยู่ในรูปใช้งานได้เพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะถูกกำจัดออกนอกร่างกาย ทำให้วิตามินดี3 ที่ให้ไปนำไปใช้ประโยชน์จริงไม่ถึงครึ่ง

สนับสนุนโดย

วิตามินไก่ Starter HyD

วิตามินดี3 เมตาบอไลต์ ช่วยดูดซึมแคลเซียมในกระบวนการสร้างกระดูกที่แข็งแรง วิตามินซีสูง ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

รายละเอียดเพิ่มเติม https://goo.gl/Mjd8Z7

หรือ แอดไลน์ https://line.me/R/ti/p/%40kqc7136i